EP.17 รีวิวเธียร์เตอร์ BNK48 รอบวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561 13.00 น.

by OTARUTO : 6 Nov 2018

สวัสดีทุกท่าน ผม Otaruto นักเขียนประจำเพจ BNK48ota.com ย้อนความไปเมื่อ EP.15 ครั้งแรกกับการรับชมเธียร์เตอร์ BNK48 ซึ่งผมได้มีการเล่าถึงประสบการณ์ครั้งแรกที่ได้เข้าชมเธียร์เตอร์ชนิดที่ว่าเสียอาการจนทำอะไรไม่ถูกเลยจริงๆ แต่เชื่อว่าผ่านมาครั้งนึงแล้วต้องมีภูมิต้านทานขึ้นมั่งสิ นี่จึงเป็นครั้งที่ 2 ที่เราจะมาเล่าถึงประสบการณ์การเข้าเธียร์เตอร์กันอีกครั้งนึง เพราะแต้มบุญที่ยังคงมาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ได้มาซ้ำอีกรอบ

 

ก่อนที่จะเล่าถึงเธียร์เตอร์ในรอบของวันที่ 23 กันยายน 2561 รอบบ่าย ก็อยากจะบอกว่า หลังจากย้อนกลับมาอ่านผลงานตัวเองใน EP.15 เนื้อหามันยาวมากขนาดผมยังขี้เกียจมาอ่านให้จบเลย และในครั้งนี้ผมว่าคงละเอียดมากกว่าเดิมจนทุกคนน่าจะขี้เกียจอ่านเช่นกัน เลยขอกล่าวสรุป โดยย่อให้ก่อนแล้วกัน หากใครว่างค่อยไปอ่านเนื้อหาโดยละเอียดหลังจากย่อหน้าสรุปนี้แล้วกันนะครับ

 

Summary of 23 Sep 18 Stage

วันนี้เป็นสเตจที่ขึ้นเพียง 15 คน เนื่องจากเปี่ยมป่วยไม่สามารถขึ้นแสดงได้และช่วงนั้นติดสอบกันจนไม่น่าหาใครมาแทนได้ และเป็นสัปดาห์แรกที่มีการขึ้นสเตจแบบคละรุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 อย่างละครึ่ง ซึ่งรุ่นที่ 2 มีอาการเกร็งและดูไม่ค่อยกล้าเล่นอะไรมากนัก วันนี้จึงกลายเป็น “ตาหวานเดอะแบก” และ “อรเดอะเสี้ยม” ผู้รับหน้าที่ให้เวทีนี้มีสีสันและไม่ให้ dead air

 

สำหรับการแนะนำตัววันนี้มาใน Theme แมวเหมียว ตามที่เพิ่งปล่อยเพลง “เธอคือเมโลดี้” ในสัปดาห์ก่อน และซัทจังผู้ที่ Catchphrase ประจำตัวที่แสดงตัวว่าเป็นน้องเล็กมาตลอด มาครั้งนี้กลับเคลมไม่ได้เพราะขึ้นสเตจพร้อม นิกี้ผู้เป็นน้องเล็กที่สุดในวงตัวจริง ทำเอาเจ้าดาวเสาร์ต้องกุมขมับกันเลยทีเดียว และในการแนะนำตัวนั้นก็มี “อรเดอะเสี้ยม” ที่มาพร้อมวลีเด็ดคอยกดดันเมมเบอร์อยู่ตลอดเวลาว่า “ทำให้เด็กมันดู” ซึ่งเข้าขากับปูเป้เป็นอย่างดี แต่ยังคงมีตาหวานคอยห้ามทัพให้เป็นระยะ

 

ในระหว่างช่วงถามตอบที่รอเมมเบอร์ชุดโฮชิโนะ อนโดะเปลี่ยนชุด ก็ยังคงเป็นหน้าที่ “ตาหวานเดอะแบก” คอยดำเนินรายการให้เป็นส่วนใหญ่ แต่ก็เห็นความกระตือรือร้นของแบมบูที่จะคอยประสานและทำหน้าที่แซะเพื่อนในรุ่น 2 เป็นระยะ ซึ่งก็มีการแซะนิกี้ให้ประกาศโอชิของตัวเองต่อหน้าทุกคน ทำเอานิกี้ต้องตอบด้วยความเขินอาย พร้อมบิดตัวเล็กน้อยและพูดว่า “ตอนนี้เค้าอยู่ญี่ปุ่น” ซึ่งนาทีนี้คงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากเจ้าโมระบิล ที่ได้ไปฝึกงานอยู่ 1 เดือนเต็มๆ ที่ญี่ปุ่นนั่นเอง

 

ภาพรวมในแต่ละสเตจยังทำได้ไม่ดีนัก เนื่องจากครั้งแรกที่ผมได้รับชม เป็นรุ่นที่ 1 เกือบทั้งหมด ซึ่งมีความเป๊ะมาก และตอนนั้นจะมีเพียงผักขมที่จังหวะการเต้นยังไม่ตรงกัน แล้วครั้งนี้คือครึ่งต่อครึ่ง บอกได้ว่ารุ่นที่ 1 ยังรักษามาตรฐานได้ดี แต่รุ่นที่ 2 ทั้งร้องและเต้นยังคงทำได้ไม่ดีนัก แต่ถ้าจะเจาะจงลงไปในรุ่นที่ 2 ที่น่าจดจำในสเตจนี้ คงเป็นจีจี้ ที่จัดว่าเต้นได้ดี และสำหรับเพลง Anata to Chrismas Eve ที่เป็นการร้องคู่ระหว่างสตางค์และฟีฟ่า ครั้งนี้ผมถือว่าพังครับ แม้ว่าน้องจะเสียงดีทั้งคู่ แต่มีความไม่เข้ากันสูงมาก

 

สำหรับบทสรุปก็จบกันไปแล้ว ทีนี้จะมาลงรายละเอียดแบบถึงพริกถึงขิงชนิดว่า ถ้าขี้เกียจอ่านก็กดปิดไปเลยละกันครับ

 

 

มาเริ่มกันด้วยการกดสุ่มแบบไม่คาดหวังอะไรกับรอบนี้ แต่ก็ตั้งใจว่าจะสุ่มเรื่อยๆ เพื่อเพิ่ม “ภูมิคุ้มกัน” เผื่อว่าวันไหนได้ดูรอบที่มี เฌอ จะได้ไม่สติแตกตายไปซะก่อน ซึ่งผลลัพธ์นั้น ก็อย่างที่เห็น บินเดี่ยวไปดูวันที่ 23 กันยายน 2561 รอบบ่าย เมมเบอร์ที่จะขึ้นแสดงมีดังนี้

 

 

เป็นวันที่เมมเบอร์รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 คละกันอย่างละครึ่ง ซึ่งก็แปลกดี เหมือนที่ผ่านๆ มา ยังไม่เคยคละกันขนาดนี้มาก่อน ซึ่งไม่นานนัก ทาง Official ได้ประกาศ ว่าเปี่ยมไม่สามารถขึ้นแสดงได้เนื่องจากปัญหาสุขภาพ (คิดว่าน่าจะหนักเลยแหละ) ก็น่าจะเป็นครั้งแรกอีกเช่นกันที่ขึ้นแสดงด้วยสมาชิกทั้งสิ้น 15 คน

 

 

เมื่อถึงวันที่ 23 กันยายน 2561 ก็ไม่รอช้าที่จะไปลุ้นบัตรที่นั่งว่าอยู่ตำแหน่งไหน ซึ่งด้วยลำดับแถวก็ถือว่าใกล้กว่าครั้งก่อน โดยไม่ทันรู้เลยว่า แถวใกล้จริง แต่ลำดับที่ได้มันจะชิดกำแพงละเห้ย

 

 

คือแถวนึงจะมีประมาณ 25 ที่นั่ง นั่นแหละครับที่ผมอยากจะบ่น คือต้องนั่งมองแบบเอียงคอดูตลอดเลย แต่ช่างเถอะ มาพูดถึงโชว์ของน้องๆ กันดีกว่า

 

ก่อนเปิดม่าน จะมีการประกาศจากเมมเบอร์ถึงข้อห้าม และการเตรียมความพร้อมต่างๆ สำหรับการรับชม โดยผมเพิ่งรู้ว่ามีประกาศแบบนี้ด้วย เพราะรอบก่อนผมมาสาย หายไปเพลงครึ่งแล้ว วันนี้เป็นรตาและนิกี้เป็นผู้ประกาศคู่กันอย่างน่ารักและเป็นกันเองเลยทีเดียว ไม่นานนัก ม่านการแสดงก็เปิด และมีลำดับการแสดงแต่ละเพลงตามนี้ครับ

 

PARTY ga Hajimaru yo – ปาร์ตี้ในฝัน
เปิดกันด้วยเพลงปาร์ตี้ โดยเมมเบอร์ทั้ง 15 คน ด้วยชุดแคมปัสที่มีการยิงมิกซ์กันอย่างสนุกสนานสำหรับเพลงนี้ ยังคงไม่มีความเห็นอะไรมากนักเพราะเป็นครั้งแรกที่ผมได้รับชมเพลงนี้

 

 

Dear My Teacher
สำหรับเพลงนี้ยังคงแสดงทั้ง 15 คนต่อเนื่องด้วยชุดเดิม ด้วยท่วงทำนองที่ค่อนข้างเร็วและการเต้นของน้องๆ ทำให้รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ดูโดยไม่ทันได้สนเนื้อร้องของเพลงนี้ที่เคยมีคนกล่าวถึงว่าเนื้อเพลงต้นฉบับของเพลงนี้มีเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม แต่เอาเถอะ ท่าเต้นมันดีจริงๆ นะคุณเอ้ยยยย

 

Doku Ringo wo Tabesasete – แอปเปิ้ลอาบยาพิษ
บอกกันซักนิดว่า Doku ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า พิษ และคำว่า Ringo ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า แอปเปิ้ล ซึ่งแปลชื่อเพลงนี้แล้วคือเพลงแอปเปิ้ลอาบยาพิษ ในเพลงนี้ น้องๆ ยังอยู่ในชุดเดิม กับเพลงที่ทำนองยังค่อนข้างเร็วเช่นเดิม แต่ท่าเต้นจะออกแนวน่ารักจนแทบไม่ต้องสนชื่อเพลงและเนื้อเพลงเลย

โดย 3 เพลงแรก ที่เมมเบอร์ขึ้นแสดงเต็มสเตจ เลยโฟกัสในแต่ละคนและคอมเม้นไม่ได้มากนัก เพราะมันก็ยังคงดูไม่หมดจริงๆ แหละ 555

 

เมื่อผ่านการแสดง 3 เพลงแรกครบแล้ว ก็เข้าสู่ช่วงแนะนำตัว โดยแบ่งเป็น 3 แถว ซึ่งแต่ละแถวก็จะเป็นลำดับที่จะเตรียมขึ้นแสดงในเพลงต่อๆ ไปนี่เอง และวันนี้มีการแนะนำตัวด้วย Catchphrase Theme แบบ Kimi wa Melody ที่น้องเนยได้โปรโมทมาตลอดทั้งสัปดาห์ โดยที่แต่ละคนต้องมาแนะนำตัวแบบแมวเหมียว ท่าเต้นประจำเพลงนั่นเอง

 

ในแถวแรกประกอบด้วย แบมบู จ๋า มิวนิค เนย จีจี้ โดยตอนนี้นี่เองที่ทำให้รู้ว่าเนยไม่สบาย และไม่มีเสียงพอจะพูดได้อย่างปกติ จนได้มีการบอกให้ตาหวานช่วยพูดให้แล้วเนยลิปซิ้งแทน พอแนะนำตัวเรียบร้อย แถวแรกก็ลงเวทีไปเปลี่ยนชุดเตรียมขึ้นแสดงชุดถัดไป

 

แถวที่ 2 ประกอบด้วย ปูเป้ นิกี้ ซัทจัง รตา มิโอริ ซึ่งรอบนี้ตามที่ได้สรุปไปแล้วว่า ซัทจังกับนิกี้ โดนอรและปูเป้เสี้ยม วัดความเป็นเด็กที่สุดในวง พร้อมวลีเด็ดประจำสัปดาห์ “ทำให้เด็กมันดู” ก็มีการหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน และด้วย Theme เมโลดี้ ที่ทำให้ซัทจังยังไม่ต้องคิด Catchphrase ใหม่ แต่ก็สามารถแนะนำตัวผ่านไปได้ด้วยดี แล้วก็ลงเวทีไปเตรียมตัวกันต่อ

 

แถวที่ 3 ประกอบด้วย ฟ้อนด์ อร ตาหวาน สตางค์ ฟีฟ่า ซึ่งยังคงเป็นการเล่นใหญ่ของอรและตาหวานที่แย่ง air time ไปซะเกือบหมด และเหมือนเป็นการเอาคืนอรที่คอยเสี้ยมคนอื่นนิดหน่อยด้วยการกดดันให้อรต้องเล่นใหญ่ด้วย พอแนะนำตัวจบทุกคนก็ลงไปเปลี่ยนชุด และกลุ่มแรกที่ไปเปลี่ยนชุดมาแล้วก็ขึ้นแสดงในเพลงถัดไป

 

Skirt, Hirari – พลิ้ว

ตัวอย่างชุด Skirt, Hirari

 

สำหรับเพลงนี้หรือในชื่อไทยว่า “พลิ้ว” เป็นการแสดงของ แบมบู มิวนิค จ๋า เนย จีจี้ โดยมีจ๋าเป็นเซ็นเตอร์  เพลงนี้ทุกคนรักษามาตรฐานได้ดี แต่คนที่ดึงดูดสายตาผมที่สุดในโชว์นี้เป็นจีจี้ ที่จัดว่าเต้นดีมาก คือน้องใส่เต็มมากกับเพลงนี้ และอีกคนที่จัดว่าเต้นได้ดีไม่แพ้กันคือมิวนิค รีวิวสั้นๆ สำหรับเพลงของผมคือ “ชอบ

 

Classmate – เพื่อนคนพิเศษ

ตัวอย่างชุด Classmate

 

เพลงนี้ประกอบด้วยสมาชิก 5 คน คือ ปูเป้ นิกี้ รตา มิโอริ ซัทจัง เป็นเพลงช้าที่ไม่มีอะไรโดดเด่นมากนัก แต่ชุด เนื้อเพลง และ Movement ของเหล่าเมมเบอร์ กลับให้ความรู้สึกดึงดูดสายตาอย่างประหลาด ซึ่งทุกคนแสดงได้ดี และเพลงนี้คนที่ทำให้ผมละสายตาไม่ได้เลยคือ บอสฝูงเป็ดนี่เอง อาจเป็นเพราะเพลงนี้เป็นซีนอารมณ์ และหน้าคนอื่นคงดึงซีนนี้เท่าบอสไม่ได้ด้วยแหละมั้ง แต่สุดท้ายก็จบเพลงไปแบบไม่ได้มีอะไรให้ผมต้องรู้สึก “ว้าว” เท่าไรนัก

 

Anata to Christmas Eve – คำสัญญาแห่งคริสต์มาสอีฟ

ตัวอย่างชุด Anata to Christmas Eve

 

ในเพลงนี้เป็นเพลงคู่ที่เน้นเสียงเป็นหลัก เป็นเพลงที่สามารถวัดผลได้ชัดเจนที่สุด ในวันนี้เป็นฟีฟ่า ขึ้นคู่กับสตางค์ ซึ่งทั้งคู่จัดเป็นเมมเบอร์เสียงดีอันดับต้นๆ ของวง แต่ฟีฟ่ายังคงมีเนื้อเสียงทุ้มและติดลูกทุ่งไปหน่อย สิ่งที่เกิดขึ้นกับเพลงนี้คือทั้งคู่พยายามดึงโทนของเพลงให้สูงขึ้นกว่าของต้นฉบับ ซึ่งผมสังเกตถึงความผิดปกตินี้ได้ถึง 3 ครั้ง ที่สตางค์ใช้เสียงสูง และฟีฟ่าใช้เสียงแบบลูกทุ่ง บอกได้คำเดียวว่า “พัง” คาดว่าน้องๆ น่าจะรู้สึกตัว และในช่วงท้ายของเพลงก็ดึงโทนกลับมาตามต้นฉบับได้ และจบไปอย่างไม่ค่อยน่าประทับใจนัก เนื่องจากเป็นการประสานเสียงที่ไม่ลงตัว คงต้องทำการบ้านมาเพิ่มสำหรับคู่นี้ในครั้งถัดไป

 

Kiss wa Dame yo – จูบ...ไม่ได้นะ

ตัวอย่างชุด Kiss wa Dame yo

 

สำหรับเพลง Kiss wa ที่ค่อนข้างฮือฮากัน หรือที่คนจะเรียกกันว่า “เกราะทอง” ซึ่งมีชุดที่โดดเด่นตามภาพ ให้ความรู้สึกถึง MV เพลงที่เคยโด่งดังของ Wonder Girls แต่มันไม่จบแค่ชุดนี่สิ เมมเบอร์ที่ขึ้นแสดงเพลงนี้ประกอบด้วย เนย ตาหวาน จีจี้ บอกเลยว่าทั้งสามคนนี้ ไม่ธรรมดา ด้วยทำนองที่ค่อนข้างเร็ว ท่าเต้นเซ็กซี่ พร้อมเนื้อเพลงที่ดึงเสน่ห์ของน้องๆ ออกมาได้อย่างเต็มที่ และเป็นครั้งที่ 2 ที่ผมเห็นเนยแสดงในชุดนี้ บอกได้เลยว่าไม่เคยผิดหวังกับโชว์ชุดนี้จริงๆ คำนิยามสำหรับเพลงนี้คงบอกได้แค่ว่า “ชอบมาก

 

Hoshi no Ondo – อุณหภูมิของดวงดาว

ตัวอย่างชุด Hoshi no Ondo

 

ในเพลง Hoshi no Ondo ที่มีชุดที่โดดเด่น และท่าเต้นที่ให้ความรู้สึกดึงดูดสายตาได้อย่างประหลาด ในวันนี้เป็นหน้าที่ของ อร ปูเป้ ฟ้อนด์ มิวนิค เป็นผู้นำพาการแสดงนี้ก่อนส่งผ่านไปสู่การแสดงเต็มวงในเพลงต่อไป เท่าที่เคยรู้มา ปกติ เมมเบอร์ที่จะได้แสดงเพลงนี้ แค่เห็นชื่อนี่ก็มีความ “เสียอาการ” ล่วงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว และครั้งนี้ทั้ง 4 คน เป็นผู้ที่มีความนิยมค่อนข้างสูง  อรยังคงดึงดูดสายตาได้มากที่สุด โดยเฉพาะท่วงท่าและ Movement ของอร ช่างตรึงตรามากที่สุด แต่มีบางช่วงที่สีหน้าเฉยชาของปูเป้ในบางอารมณ์ที่ให้ความรู้สึกว่าเข้ากับเนื้อเพลงนี้ได้อย่างน่าประหลาด ก็สามารถแย่งซีนของอรไปได้เช่นกัน สำหรับฟ้อนด์และมิวนิคถือว่าทำได้ดี แต่นาทีนี้คงยังสู้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์สูงกว่าได้ยาก โดยรีวิวสำหรับเพลงนี้ของผมอยู่ในระดับ “ฆ่าผมเถอะครับ

 

เมื่อหมดชุดการแสดงยูนิตย่อยต่างๆ กลุ่มที่แสดงเสร็จก่อนก็เปลี่ยนชุดและขึ้นมาพูดคุยรอให้ยูนิต Hoshi no Ondo ไปเปลี่ยนชุด ซึ่งเนื้อหาหลักในวันนี้คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้นอกจาก 1st 2Gether Concert ที่ได้แสดงกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อน มีการเม้ามอยถึงความสนุกที่ได้ขึ้นคอนเสิร์ตกัน รวมถึงการเปิดตัวเพลง Kimi wa Melody หรือในชื่อไทยก็คือ “เธอคือเมโลดี้” และในรอบนี้ซัทจังทำหน้าที่ดำเนินรายการ เปิดด้วยคำถามว่า เพลงนี้ ถ้าไม่ใช่เธอคือเมโลดี้ จะให้เป็น Kimi wa ... หรือจะให้ เธอคืออะไร ตอนนั้นมิโอริยกมือตอบเป็นคนแรก พร้อมคำตอบที่เหมือนเตรียมมาจากบ้านว่า “Kimi wa Kami Oshi Miori” นางขายของเก่งจริงๆ หลังจากนั้นคนอื่นๆ ก็ตอบได้บ้างไม่ได้บ้าง โดนบังคับตอบบ้างคละกันไป

 

จนกระทั่งทุกคนกลับมาครบก็ยังคงไม่หยุดคุย แต่ก็เล่าถึงคอนเสิร์ตนั้นต่อนั่นแหละ โดยมีการคอมเม้นถึงการเดินแบบในชุดไทย Siam Lolita ว่าเห็นเดินกันสวยๆ นั้น เซ็มทุกคนยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่ารองเท้ากัดเจ็บมาก พอหลังเวทีต้องถอดรองเท้าออก และยังต้องเดินเขย่งกันหลบแอ่งน้ำที่นองอยู่ด้วยเช่นกัน พอนึกภาพตามก็อดขำไม่ได้จริงๆ นอกจากนี้ยังมีการอวยเพลงหมื่นเส้นทางที่ปูเป้ได้รับหน้าที่หนัก ไม่ว่าจะเป็น เซ็นเตอร์ หรือว่าที่ได้เป็นผู้จัดคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 23 ตุลาคม 2561 นี้ และทุกคนแซวถึงท่าเต้นโซโล่ของบอส รวมถึงพร้อมใจกันกดดันให้บอสเต้นทั้งท่อนฮุคและท่อนโซโล่ โชว์ โดยจังหวะนี้ เนยผู้เสียงแหบกว่าเป็ดก็ได้รบเร้าบอกบอสว่า เต้นเร็วเป้ เดี๋ยวเราร้องให้เอง (เอาไปอีก 1 ฮา แค่พูดปกติยังไม่รอดเลยนะคุณนุ้ย) บอสก็ขัดขืนพอเป็นพิธี แล้วก็ลากยูนิตหมื่นเส้นทางมาเต้นด้วยกันทั้งหมดด้วยน้ำเสียงค่อนแคะ ประมาณว่า “พวกเอ็งไม่ต้องมาหลบเลย เป็นยูนิตเพลงนี้ไม่ใช่เรอะ!!” (มีปูเป้ มิโอริ จ๋า ซัทจัง) พอเต้นเสร็จก็ถามคนดูว่าอยากให้รุ่น 1 ที่เหลือ (อร เนย ตาหวาน) เต้นเพลงหมื่นเส้นทางให้ดูกันมั้ย มีหรอที่จะรอด สรุปว่ารุ่น 1 ที่เหลือก็โดนบังคับเต้นท่อนฮุค+โซโล่กันหมด ทั้งสามคนก็อิดออดว่าเต้นไม่เป็นจริงๆ ซึ่งตอนเต้นก็เลิ่กลั่ก น่ารักดี และพอเข้าช่วงโซโล่ของปูเป้ ทั้งสามคนเต้นเอามันแบบไม่สนใจใคร แบบว่า สไตล์ใครสไตล์มัน แต่เหมือนคนเมาสามคนกำลังดิ้นกันกลางวงหมอลำมากกว่า และก็จบกันไปอย่างฮาๆ แล้วขึ้นแสดงต่อในเพลงถัดไปทันที

 

Sakura no Hanabiratachi – ความทรงจำและคำอำลา

ตัวอย่างชุด Sakura no Hanabiratachi

 

เพลงนี้กลับมาขึ้นแสดงพร้อมกันทั้ง 15 คน เป็นเพลงช้าที่มีท่าเต้นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะท่าเต้นในช่วงเนื้อที่ร้องว่า “ซากุระที่กำลังเบ่งบาน บอกเราให้รู้และเตรียมใจ ได้ยินเสียงระฆังกังวานลอยมาจากข้างกายที่ใดสักแห่ง” การวาดมือของท่าเต้นเพลงนี้มันน่าจดจำและเผลอต้องขยับมือเต้นตามไปด้วย อีกทั้งความหมายของเพลงที่ลึกซึ้ง ทำให้นึกถึงคำอำลาและความรู้สึกที่เราต้องจากลาขึ้นมาจริงๆ ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงนี้เหมือนได้ยินเสียงระฆังก้องขึ้นมาในหัวใจผมเลยจริงๆ รีวิวสำหรับเพลงนี้คือ “ซึ้ง” ครับ

 

Aozora no Soba ni Ite – ฟ้าสีคราม

ตัวอย่างชุด Aozora no Soba ni Ite

 

สำหรับเพลงนี้เป็นอีกเพลงที่ติดหูพอสมควรกับท่อนที่ว่า “ฟ้าที่มีสีคราม ฟ้าที่ดูงดงาม” โดยเพลงนี้ก็เป็นเพลงที่ขึ้นพร้อมกันทั้ง 15 คนอีกเช่นเคย และทุกคนก็ทำได้ดี พร้อมกับลาเวทีกันไปอย่างงดงาม

 

พอไฟในห้องมืดหมดและเมมเบอร์เข้าหลังเวทีไปหมดแล้ว ก็มีคนตะโกนขึ้นมาว่า “พวกเรามาอังกอร์กันเถอะ!!” สิ้นเสียงได้ซักพัก ก็เริ่มมีเสียงมาว่า “อังกอหรุ อังกอหรุ” ดังอยู่ร่วมหลายนาที และไม่นานนัก เหล่าเมมเบอร์ก็กลับมาอีกครั้งพร้อมขอบคุณกับอังกอร์ที่เหล่าผู้ชมร่วมกันตะโกนให้แก่เหล่าเมมเบอร์

 

ตัวอย่างชุด BNK48 Debut

 

BNK48
หลังจากจบอังกอร์เรียบร้อยแล้ว เหล่าเมมเบอร์ กลับขึ้นมากระชากความมันให้กับคนดูด้วยเพลงชาติประจำ BNK48 นั่นเอง และยังคงเป็นเพลงที่ยิงมิกซ์มันที่สุดในใจของผมซะแล้ว และยังคงเป็นเพลงที่ให้บรรยากาศที่สนุกสนานและมีความผูกพันกับเพลงนี้

 

Skirt, Hirari – พลิ้ว
รอบนี้มาอย่างจัดเต็มด้วยเมมเบอร์ 15 คน ด้วยทำนองเพลงเร็วและเป็นเพลงที่คุ้นเคย ช่วยกระตุ้นอารมณ์คนดูให้มีอารมณ์ร่วมและมันกับเพลงยิ่งขึ้น เป็นอีกช่วงเวลาที่เพลิดเพลินไปกับเพลงอย่างเต็มที่เลยทีเดียว

 

Kimi wa Melody – เธอคือเมโลดี้
ในเพลงนี้จะต้องใช้เวลาเตรียมตัวเล็กน้อย เพราะนักร้องแถวหน้าของเพลงจะต้องใช้ไมค์แบบมีขาตั้ง และน่าจะเป็นรอบแรกที่เซ็นเตอร์ของเพลงนี้ได้นำมาแสดงในเธียร์เตอร์ ด้วยท่าเต้นที่งดงาม movement แบบเล็กๆ แต่พองาม ทำเอาหัวใจอ่อนระทวยกันเลยทีเดียว รีวิวสำหรับเพลงนี้ “ทุกคนคือเมโลดี้ของผมเลยครัช"

 

Sakura no Hanabiratachi – ความทรงจำและคำอำลา
เป็นเพลงสุดท้ายที่ส่งสัญญาณให้รู้ว่า ความสนุกที่ผ่านมาทั้งหมด จุดนี้ถึงเวลาที่เราต้องจากลากันแล้ว และทุกคนก็เต็มที่กับเพลงสุดท้ายนี้เช่นกัน ถือเป็นช่วงเวลาดีๆ ที่ได้รับจากการชมเธียร์เตอร์ในครั้งนี้และจบลงอย่างสวยงาม พร้อมอำลาทุกคนกันด้วยความสนุกสนานยินดี

 

เมื่อเสร็จสิ้นการแสดง โดยรวมแล้วลำดับเพลงแตกต่างจากครั้งก่อนเล็กน้อยตรงเพลง Kimi wa Melody มาแทนเพลง Aitakatta แต่อารมณ์ของเพลงที่ทำหน้าที่ชักจูงคนดูให้คล้อยตามนั้นไม่เปลี่ยนไปเลย ค่อนข้างราบรื่นและจบได้ดี เมื่อทบทวนความทรงจำของโชว์ในวันนี้แล้ว ก็ตั้งสติ เตรียมสู้ศึกสุดท้าย คือการเดินผ่านเมมเบอร์ทั้ง 15 คน และออกไปอย่างสวัสดิภาพให้ได้

 

ครั้งนี้การจะผ่านไปให้ได้นั้นยังคงยากเช่นเดิม และยังทำหน้าไม่ถูก เนื่องจากไปดูคนเดียว จังหวะนี้ไม่เขินเมมเบอร์แล้ว แต่เขินคนข้างหลังนี่แหละ ยังไงก็ยังออกมาได้แบบไม่ชนกำแพงละกัน 555

สุดท้ายนี้ เป็นการชมเธียร์เตอร์แบบเก็บรายละเอียดอย่างตั้งใจกว่าเดิมมากๆ และเนื้อหาก็ยาวมากชนิดที่ผมอาจจะอ่านแค่รอบเดียวและขี้เกียจกลับมาอ่านซ้ำอีก ถ้าชอบหรืออยากให้ปรับปรุงเพิ่มเติมอะไรก็แจ้งหรือคอมเม้นมาที่ Facebook bnk48ota.com กันได้เลยครับ ขอบคุณที่ยังติดตามกันมาครับ


ด้วยแรงอธิษฐาน
OTARUTO

 

OTARUTO

Leave a Reply