SP.02.1 รีวิวเกมการ์ด BNK48 AitaKatta

by OTARUTO : 6 July 2018

กลับมาพบกับ Special Episode กับการรีวิวเกมการ์ด BNK48 AitaKatta โดยในครั้งนี้จะเป็นการวิเคราะห์แบบเจาะลึกอย่างละเอียด (ตามใจคนเขียน) ต่อตัวสินค้า วิธีการเล่น และเม้ามอยอีกนิดหน่อย เอาละครับ เรามาเริ่มกันเลย

 

ตัวเกมการ์ด BNK48 AitaKatta จัดอยู่ในหมวดการ์ดเกม ซึ่งเป็นบอร์ดเกมประเภทหนึ่ง สำหรับบอร์ดเกมแล้ว ที่พอเป็นที่รู้จัก และพอเป็นที่นิยมในไทย มักจะนึกถึงเกมเศรษฐี ที่เดินไปตกช่องต่างๆ แล้วซื้อมาเป็นของตัวเอง พอคนอื่นมาตกช่องของเราจะต้องเสียตังให้เรา หรือเกมบันไดงู ที่แข่งกันให้ถึงจุดหมายโดยเป็นการแข่งกันเดินตามหน้าเต๋าที่ทอยได้ ถ้าโชคดีไปตกช่องที่เป็นบันไดเราจะสามารถลัดขึ้นไปได้ หรือกลับกันถ้าโชคร้ายตกที่งูจะต้องร่วงลงไป เป็นต้น แต่รู้มั้ยว่า บอร์ดเกมที่จริงแล้วมีมากมายหลากหลายกว่านั้นมาก ยกตัวอย่างเช่นเกม Werewolf ซึ่งเหล่าเมมเบอร์เคยเอาไปเล่นที่ตู้ปลา (น่าจะหลายครั้งเลยทีเดียว) ปัจจุบันนี้ ตลาดบอร์ดเกมถือว่าเป็นที่นิยมมากในระดับโลก โดยเฉพาะที่เยอรมัน ซึ่งจะมีการจัดงานใหญ่เกี่ยวกับบอร์ดเกมเป็นประจำทุกปี ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับบอร์ดเกมได้ ไม่ว่าจะเป็น ลานละเล่น BGN หรือ Roll your dice ซึ่งเป็นแหล่งรวมข้อมูลบอร์ดเกมในไทยครับ

 

กลับมาที่เกมการ์ด BNK48 AitaKatta ถ้าใครอยู่ในวงการบอร์ดเกมน่าจะพอรู้กันแล้วว่าค่อนข้างเป็นเรื่องที่ฮือฮากันพอสมควร ถ้าอยากรู้ว่ามีอะไรนั้นลองหาอ่านกันดูนะครับ ตอนนี้เราจะมาเริ่มรีวิวตัวสินค้ากันเลยครับ

 

ตัวเกมนี้ผมได้ซื้อมาตอน งานจับมือที่ไบเทคในวันที่ 2 - 3 มิถุนายน 2561 (EP.08) โดยซื้อมาทั้งสิ้น 3 กล่องด้วยกัน แบ่งเป็น แกะเล่น 1 ดอง 1 ดม 1

 

ตัวกล่องมีขนาดความกว้าง 8 cm ยาว 12 cm หนา 2.5 cm หน้ากล่องระบุชื่อเกม BNK48 AitaKatta เป็น Trading Card ใช้สำหรับเล่นและสะสม ข้างกล่องมีตรา Official ของ BNK48 และหลังกล่องมีข้อความ “พบกับเมมเบอร์จาก BNK48 ทั้ง 26 คน ที่มาพร้อมกับความสดใสและความน่ารัก เพื่อที่จะมอบความสนุกสนานให้กับทุกคน” “ใช้ไหวพริบ และความจำอันยอดเยี่ยมเพื่อเป็นผู้ชนะ!” “รวมคะแนนเหล่าเมมเบอร์ให้ได้ น้อยที่สุด!” พร้อมทั้งข้อมูลกำกับแบบมาตรฐานสำหรับบอร์ดเกมว่า เหมาะกับผู้เล่นอายุตั้งแต่ 8 ปีขึ้นไป เป็นเกมสำหรับผู้เล่นจำนวน 2 – 5 คน ใช้เวลาเล่นเกมละ 10 – 15 นาที สำหรับตัวกล่องนั้นค่อนข้างมีขนาดพอดีกับการ์ด การจะแกะเอาการ์ดออกมาแต่ละครั้งต้องแงะและทำให้ตัวกล่องมีรอยยับหรือบุบได้ (อย่าแกะบ่อยล่ะ)

 

สำหรับตัวการ์ด ไม่แน่ใจว่าใช้กระดาษอะไร แต่มีน้ำหนักที่เบาและตัวกระดาษที่ค่อนข้างหนา จัดว่าเป็นสัมผัสที่ค่อนข้างแปลก แต่ทั้งนี้ พบว่าหลังการ์ดแต่ละใบ กลับมีสีที่แตกต่างกันตามภาพ ซึ่งจัดได้ว่าในแง่การเล่นเกมถือว่าคุณภาพไม่ผ่าน (แต่ถ้าใช้เพื่อการสะสมคิดว่าไม่น่าเป็นอุปสรรคมั้ง)

 

การ์ดที่ให้มานั้น มีทั้งหมด 52 ใบ (ไม่รวมการ์ดที่เป็นกฎ&วิธีเล่นอีก 2 ใบ รวมทั้งสิ้น 54 ใบ) ตัวกฎและวิธีเล่นจะกล่าวถึงในครั้งหน้า แต่จะมาบรรยายถึงตัวการ์ดแต่ละใบกันอย่างทั่วถึงเลยละกัน

การ์ดทั้ง 52 ใบ มีจำนวนดังนี้
เบอร์ 0 จำนวน 2 ใบ
เบอร์ 1 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 2 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 3 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 4 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 5 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 6 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 7 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 8 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 9 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 10 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 11 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 12 จำนวน 4 ใบ
เบอร์ 13 จำนวน 2 ใบ

 

เริ่มจากการ์ดที่แต้มต่ำที่สุดและจะทำให้คุณชนะเกมนี้ได้ คือการ์ดเบอร์ 0 ทั้งสองใบ ซึ่งออกแบบให้เป็นคู่เรือหลวง เฌอ-สิค และปัญ-เต็น ในชุดAitaKatta ตามชื่อเกมนั่นเอง โดยลวดลายด้านหลังไม่ได้สื่อถึงอะไรเป็นพิเศษ

 

ถัดมาเป็นการ์ดเบอร์ 1 ทั้ง 4 ใบ เป็นเฌอปราง 2 ใบและน้ำหนึ่ง 2 ใบ โดยคาดว่าเบอร์ 1 สำหรับเฌอปรางในที่นี้อาจจะสื่อถึงความเป็นกัปตันวงที่เป็นหนึ่งเดียวที่รวมคนทั้งวง โดยลายพื้นหลังจะมีรูปแมว ที่น่าจะสื่อถึง Cherodinger และลายอะตอมในวงกลมพื้นหลังที่จะสื่อถึงความเป็นนักวิทยาศาสตร์ของเฌอ และเบอร์ 1 สำหรับน้ำหนึ่ง เพราะชื่อมีเลข 1 เลยน่าจะได้มาอยู่ลำดับนี้ ลายด้านหลังจะมีรูปมงกุฎและดอกกุหลาบที่จะสื่อถึงความสวยงามที่เหมาะสมกับตำแหน่งนางงามสิงห์บุรีของน้ำหนึ่งนั่นเอง

 

มาต่อกันที่เบอร์ 2 ทั้ง 4 ใบ เป็นมิวสิค 2 ใบ และตาหวาน 2 ใบ โดยเบอร์ 2 สำหรับสิคนั้นอาจจะสื่อถึงชุดที่เธอเคยเป็นเซ็นเตอร์มาแล้วสำหรับชุด AitaKatta และชุด Shonichi (ไม่นับOogie Diamond เพราะไม่มีชุด 555+) ลายพื้นหลังเป็นแปดแฉกน่าจะทำสื่อออกมาถึงดวงอาทิตย์ตามฉายาคุณพระอาทิตย์ของสิค รวมทั้งลายสายฟ้าอันเล็กๆในวงกลม ก็สื่อถึงเจ้าหนูสายฟ้า พิคาจู ตามฉายา สิคกั๊ตจูนั่นเอง และเบอร์ 2 สำหรับตาหวาน ..... แถไม่ออกฮะ แต่ลายด้านหลังยังคงเป็นแปดแฉก ซึ่งน่าจะแสดงถึงความเจิดจ้าของดวงตาซึ่งเป็นจุดเด่นและชื่อของตาหวาน รวมทั้งลายในวงกลมอันเล็กเป็นรูป maid ซึ่งจะสื่อถึงความเป็นแม่ศรีเรือนของตาหวานนั่นเอง

 

มาต่อกันกับเบอร์ 3 ทั้ง 4 ใบ เป็นซัทจัง 2 ใบ และเจนนิษฐ์ 2 ใบ โดยเริ่มที่ซัทจัง พื้นหลังเป็นเหมือนจันทร์เสี้ยวที่มีกุหลาบบานสะพรั่ง เหมือนสาวน้อยในวัยแรกแย้มสดใส พร้อมด้วยลายตุ๊กตาหมีที่จะสื่อถึงความเป็นเด็กให้แก่น้องเล็กที่สุดของวง และสำหรับจอนอที่มีลวดลายเป็นยูนิคอร์น ซึ่งคุ้นๆว่าเคยเห็นว่าเป็นสัญลักษณ์ที่ใช้สื่อถึงจอนอนี่แหละ (อันนี้ขี้เกียจหาที่มา)

 

ต่อมากับเบอร์ 4 ทั้ง 4 ใบ เป็นจ๋า 2 ใบ และโมบาย 2 ใบ โดยจ๋านั้นพื้นหลังยังคงเป็นรูปจันทร์เสี้ยวเหมือนเบอร์ 3 และลายด้านหลังเองเป็นรูปฟลุท ไขว้อยู่กับโน๊ตดนตรี และโมบายก็มีรูปจันทร์เสี้ยวเป็นพื้นหลังเช่นกัน โดยลายด้านหลังเป็นโน้ตเพลงและไมโครโฟน ตามฉายาตู้เพลงโมระบิล ที่ไม่ว่าเพลงยุคไหน นางก็ร้องได้อย่างน่าฟังเลยทีเดียว

 

สำหรับเบอร์ 5 ทั้ง 4 ใบ พื้นหลังไม่มีการแยกลายออกมาเป็นการเฉพาะ แต่เป็นการจับคู่เรือในวงกันอย่างสนุกสนานต่อจากการ์ดเบอร์ 0 กันเลยทีเดียว เริ่มจากคู่ จ๋า-สองป๋อง บอส-คุณไข่ คุณอ๊บ-มิลิน จะมีก็แต่มี่เกรียน-รินะ ที่น่าจะเป็นคู่คนญี่ปุ่นมากกว่าซึ่งผมไม่รู้ว่าเค้าได้ต่อเรือกันมั้ย

 

มาต่อกันกับการ์ดเบอร์ 6 จะเป็นการแยกเดี่ยวของอันเดอร์ทั้ง 4 คน (ณ เวลานั้น) ซึ่งมี คุณหนูเคท เจนสลอธ มายด์ และนิ้ง โดยพื้นหลังของทั้ง 4 คนเป็นลายเดียวกัน แตกต่างกันเพียงแค่สีเท่านั้น

 

ผ่านมาครึ่งทางแล้ว มาดูกันกับเบอร์ 7 ที่มีอร 2 ใบ และเนย 2 ใบ โดยอรจะมีลายเล็กๆ เป็นแมวน้ำหลายตัวเป็นพื้นหลังตามจุดเด่นความเป็นแมวน้ำของแม่อรอุ๋งน่ะแหละ และสำหรับคุณอ๊บ มีภาพพื้นหลังเป็นใบบัว ซึ่งมักจะพบคู่กันกับกบอยู่แล้ว แต่คิดว่าคงเอาตัวกบมาใส่ไม่ได้เพราะกบที่แฟนคลับตั้งให้ว่าเหมือนคุณอ๊บนั้น คือเจ้ากบเคโรปปี้จากค่ายซานริโอ้นั่นเอง ถ้าแปะมาคงได้คุยกันยาว

 

ยาวๆกันต่อไปกับเบอร์ 8 ทั้ง 4 ใบ เป็นแคน 2 ใบ และไข่มุก 2 ใบ โดยแคนๆคนคูลนั้นมีกีต้าร์เป็นภาพประกอบตามสไตล์คูลๆ ผู้เล่นกีต้าร์ได้ และคุณไข่เองก็เป็นรูปขนม ตรงกับคอนเส็ปรายการครัวคุณไข่นั่นเอง

 

เบอร์ 9 ทั้ง 4 ใบคือปูเป้ 2 ใบและปัญ 2 ใบ โดยบอสปู๊บนั้นมีลายเป็ดอยู่ด้านหลังตามฉายาเป็ดที่ได้มาจากการชอบเดินตามฝูงเป็ดที่มหาลัยของบอส และปัญเจ้าหลามน้อยคนเคยแมน ก็ต้องมีรูปปลาฉลามเป็นลายของตัวเอง จากรอยยิ้มของปัญที่ละม้ายคล้ายปลาฉลามในเรื่อง finding nemo นั่นเอง

 

เบอร์ 10 ทั้ง 4 ใบ มีมิโอริ 2 ใบ และแก้ว 2 ใบ เริ่มจากมี่เกรียน ผมตอบไม่ได้เลยว่าลวดลายสื่อถึงอะไร เพราะผมยังติดตามมิโอริ เจ้าของวลี “น่าสงสารเค้านะคะ” ได้ไม่เพียงพอที่จะรู้ถึงที่มาของลวดลายดังกล่าว แต่แก้วนี่ชัดมาคือมงกุฎควีนกระแทกหน้ากันเลยทีเดียว ซึ่งคงไม่ต้องกล่าวอะไรมากไปกว่านี้แล้ว

 

ต่อมาเป็นเบอร์ที่ 11 เป็นภาพเดี่ยวของเปี่ยม จิ๊บ และภาพคู่ ก่อน-เจน และน้ำใส-ซัทจัง โดยภาพพื้นหลังของทั้ง 4 ใบยังคงเป็นแบบเดียวกันแตกต่างกันแค่สี เช่นเดียวกับตอนการ์ดเบอร์ 6

 

สำหรับเบอร์ที่ 12 การ์ดที่แต้มเกือบสูงสุดในเกม เป็นภาพเดี่ยวของรินะ ก่อน น้ำใส และเมษา ซึ่งพื้นหลังเป็นลายเดียวกันทั้ง 4 ใบ แตกต่างกันแค่สีเท่านั้น แนวเดียวกับเบอร์ 6 และเบอร์ 11 ที่กล่าวไว้ข้างต้น

 

และเบอร์สุดท้ายที่แต้มสูงที่สุด เบอร์ 13 ทั้ง 2 ใบ มาในรูปแบบคู่ โมบาย-แก้ว และอร-ตาหวาน จริงๆก็เข้าใจว่าจะจับคู่เรืออีกแหละ แต่แจนแกรดไปซะก่อน ไม่งั้นคงได้เห็นคู่ควีน-เชเช่ เป็นแน่แท้ ส่วนพื้นหลังของ 2 ใบนี้ก็เหมือนกัน ต่างกันแค่สีเหมือนเดิม

 

ถ้าถามว่าซื้อทั้งชุดแล้วจะได้ใครบ้าง กี่ใบ สามารถดูสรุปได้ตามตารางนี้เลยครัช

Member จำนวน (ใบ) หมายเลขการ์ด
CHERPRANG 3 0,1(2)
MUSIC 3 0,2(2)
JENNIS 3 0,3(2)
PUN 3 0,9(2)
NAMNEUNG 3 1(2),5
TARWAAN 3 2(2),13
SATCHAN 3 3(2),11
JAA 3 4(2),5
MOBILE 3 4(2),13
NOEY 3 5,7(2)
CAN 3 5,8(2)
KAIMOOK 3 5,8(2)
PUPE 3 5,9(2)
MIORI 3 5,10(2)
ORN 3 7(2),13
KAEW 3 10(2),13
IZURINA 2 5,12
JANE 2 6,11
KORN 2 11,12
NAMSAI 2 11,12
KATE 1 6
MIND 1 6
NINK 1 6
JIB 1 11
PIAM 1 11
MAYSA 1 12

 

จากตารางนี้ก็พอจะเห็นกันแล้วว่า สำหรับเซ็นบัตสึเท่านั้นถึงจะมีภาพคนละ 3 ใบ แล้วลำดับที่เหลือก็ลดหลั่นกันไป

 

ก็จบกันไปแล้วสำหรับรีวิวตัวสินค้าเกมการ์ด AitaKatta พออ่านแล้วจะเพิ่มความอยากซื้อมากขึ้นมั้ยนะ หรือคนที่มีแล้วนี่แทบจะวิ่งไปดูลายละเอียดของการ์ดเลยสินะครับว่าเป็นตามที่ผมรีวิวมั้ย 555+ และในครั้งหน้าจะมาเล่าถึงวิธีการเล่นตามแบบที่ผมและเพื่อนตีความตามกฎของเกมนี้ต่อไป สำหรับวันนี้ก็จบเพียงเท่านี้ครับ ใครที่รู้ที่มาของการ์ดใบไหนเพิ่มเติมก็คอมเม้นกันมาได้เลยนะครับ ^^ รอผู้รู้มาตอบอยู่น้า


ด้วยรักและหวังเฉาหม่าฮั่น
OTARUTO

 

OTARUTO

Leave a Reply