ชายครึ่งชีวิตสู่งานจับมือ BNK48

by ชายครึ่งชีวิต : 11 July 2018

กว่าจะได้มีเวลา อารมณ์ และโอกาส ที่จะได้มานั่งเขียนเรื่องราวอีกครั้ง ก็ใช้เวลาสักพักเลยครับ แต่ยังคงดีใจที่ได้มาถ่ายทอดความรู้สึกให้ชาวโอตะได้เข้ามาอ่านนะครับ 

 

ใช่เลย งานจับมือที่บรรดาเหล่าโอตะทุกคนฝันใฝ่ และฝันใฝ่ มันคืองานที่เรียกได้ว่า สร้างรอยยิ้ม ความสุข ความเบิกบาน มีกำลังใจในการทำงาน พร้อมจะก้าวผ่านอุปสรรคต่อไป

เคยคิดว่าคงไม่สามารถจะไปงานนี้ได้ เพราะดูแล้วท่าทางใบอนุญาต คงยาก จึงคิดว่าขายบัตรจับมือที่มีอยู่สองใบให้คนอื่นได้ไปจับแทนน่าจะดีกว่า แต่การที่ได้มีเพื่อนโอตะคนหนึ่งได้เล่าถึงประสบการณ์ ในงานจับมือแล้ว มันเหมือนสิ่งเย้ายวนในการให้เราอยากเข้าไปสัมผัสบรรยากาศสักครั้ง และประกอบกับช่วงนั้น ได้ติดตามน้องปัญอย่างจริงจัง แล้วได้ฟัง fansong เพลงหนึ่งซึ่งเนื้อเพลงนั้นตรงและโดนกับความคิดตอนนั้นมาก

เลยทำให้คิดว่า สักครั้งในชีวิตของชายครึ่งชีวิตคนนี้ ต้องทำให้ได้ จึงขอยื่นเอกสารเพื่อขอวีซ่าในการไปงานจับมือครั้งนี้ จากการตรวจเอกสารและความพยายามอย่างจริงจังแล้ว วีซ่าใบนี้จึงได้มาอย่างไม่ยากลำบากนัก (ขอบคุณครับคุณภรรยาที่เข้าใจ)

 

เมื่อวีซ่าผ่าน ขั้นต่อไปคือการมาลุ้นถึงตารางงานว่าจะหยุดตรงกับวันงานจับมือหรือไม่ ซึ่งผมก็วัดดวงเลยว่า ถ้าจะได้จับมือน้องปัญก็ต้องได้จับ สรุปว่า วันนั้นผมจะเสร็จจากงานบ่ายสามกว่า ถือว่าโชคดีมาก แต่ที่โหดคือผมจะทำงานข้ามคืนจากวันที่ 2 มิ.ย. มาถึงบ่ายสาม ของวันที่ 3 มีเวลาพัก ในระหว่างทำงานแค่ 3 ชั่วโมง ส่วนเรื่องอาบน้ำนั้นบอกได้เลยว่า ไม่สามารถ ทำได้แค่ซักแห้ง 555

 

ก่อนถึงวันงานหลายสัปดาห์ ผมเฝ้าคิดวนเวียนว่าจะพูดอะไร ทำอะไรบ้าง ซึ่งคิดว่ามือใหม่หลายๆ คนคงไม่ต่างกัน เพื่อนผมแนะนำว่ามีสองใบ ไปรอจับรอบพิเศษเลย จะได้จับถึง 16 วิ ผมก็ร้อง "โอ้ว" เลย และเวลาจับก็เริ่มประมาณหกโมงเย็น ซึ่งพอดีกับเวลาที่วางไว้เลย

 

คราวนี้ผมก็เลยลองฝึกดู กับเวลาจับมือ 16 วิ ปรากฏ เขินหลุดตั้งแต่ 3 วิแรก 5555 (ก็ไม่เข้าใจว่าเขินอะไร หลายคนคงเป็นเช่นกันใช่ไหมครับ) แล้วมันก็อย่างนี้ตลอดเวลา ผมเลยลองเปลี่ยนแนวใหม่ คือคิดบทพูดเป็นหัวข้อไว้เฉยๆ แล้วใช้วิธีเดิม วัดดวงเอาหน้างาน เขินเป็นเขิน "ให้คุกกี้ทำนายกัน"

หลังจากหลายสัปดาห์ที่เฝ้ารอ ก็มาถึงวันที่ 2 ซึ่งเป็นวันทำงานกับงานข้ามคืนที่ต้องอดนอน แต่ทำไมไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย ทำงานได้อย่างมีความสุข ปัญหาทุกปัญหาที่เข้ามาถูกแก้ไขได้ด้วยความสุขของผม พอถึงเวลาพักผมพยายามหลับตาลงให้ได้ เพราะจะเป็นสามชั่วโมงที่ได้พักผ่อนเท่านั้น ซึ่งผมก็หลับได้ถึงแม้จะไม่ถึงสามชั่วโมง แต่รู้สึกว่านอนได้เต็มอิ่ม

 

จนถึงเวลาบ่ายสามของวันที่ 3 จบสิ้นงาน ผมรีบเข้าออฟฟิศหลัก เพื่อที่จะทำความสะอาดร่างกายเท่าที่ทำได้ ไม่ให้มีกลิ่นใดๆ ก็ตามที่จะทำลายบรรยากาศที่งานและคนรอบข้าง ก่อนหน้านี้ผมก็มานั่งคิดว่าเราควรจะแต่งตัวยังไง เพื่อที่จะแสดงตัวตนชัดเจนว่าคามิโอชิใคร เท่าที่พอจำได้ เคยซื้อเสื้อแขนยาวสีขาวมีลายปลาฉลาม ซึ่งเสื้อตัวนี้ซื้อก่อนที่จะคามิโอชิเจ้าหลามปัญ แหม่มันช่างบังเอิญจริงๆ พอเสร็จจากธุระส่วนตัว ผมรีบค้นหาเส้นทางจาก กูเกิ้ลแมพ เพื่อหาเส้นทางไป ไบเทคบางนา ให้เร็วที่สุด (ขอขิงเสื้อนิดนึงครับ)

และในที่สุดผมก็มาถึงงานจนได้ โทรสอบถามเพื่อนว่าจะต้องทำยังไงบ้าง เพื่อนบอกว่าให้เดินเข้าไปที่งานได้เลย เพราะว่าเริ่มที่จะตั้งแถวรอบพิเศษแล้ว ผมจึงรีบตรงเข้าไปที่ฮอลล์ ผ่านการตรวจเช็คตรงทางเข้าเรียบร้อย มารอเพื่อนด้านใน เลยได้เห็นบรรยากาศ การรอคิว คนหนาแน่นมาก แต่คงไม่เยอะเท่าวันแรก

 

เดินชมบรรยากาศสักพัก จนเพื่อนเดินมาหา แล้วพาผมไปที่แถวของน้องปัญ คือในใจผมคิดว่า ต่อตามคิวปกติ แต่จริงๆแล้ว แถวของน้องปัญนั้น จะเรียงตามจำนวนบัตรที่มี จากน้อยไปมาก แล้วจะเรียงตามลำดับผู้มาก่อนและหลังในจำนวนแต่ละบัตรนั้นอีกที (มีแว่วๆว่ามีคนถือบัตร 30 ใบ โอ้ววว)

 

ปกติผมเป็นคนชอบสังเกตุคน ปฏิกิริยาต่างๆ บางคนมาคนเดียว บางคนมาเป็นกลุ่ม บางคนเล่นเกมรอ ผมก็ได้แต่มองไปเรื่อยๆ ไม่กล้าพูดกล้าคุยกับคนแปลกหน้าเท่าไหร่ รอสักพัก จนถึงเวลาเรียกแถวทยอยเข้าไปในโซนจับมือ น้องที่เป็นทีมงานบ้านปัญก็คอยจัดคิวแล้วนำส่งไปนั่งรอเพื่อจับมือ เมื่อสัญญานการจับมือรอบพิเศษเริ่มขึ้น ทุกคนเริ่มลุกขึ้น แล้วจิตใจจดจ่อไปด้านหน้าเพื่อจะมองหาตันโอชิ คามิโอชิของตัวเอง

 

แถวเริ่มขยับเข้าไปเรื่อยๆ ทีละก้าว สองก้าว ตอนแรกผมคิดว่าผมจะตื่นเต้น จิตใจระส่ำระส่าย แต่เปล่าเลย ผมกลับนิ่ง และมีความสุข ในแต่ละก้าวที่ได้เขยิบเข้าไปชิดน้องปัญขึ้นเรื่อยๆ ทำไมผมไม่ประหม่า ผมก็ตอบตัวเองไม่ได้ แต่อาจจะเป็นเพราะประสบการณ์การใช้ชีวิตของผมที่ผ่านมา (ผมคงไม่เล่านะครับเอาแค่ว่าผมเป็นผู้ชายที่ใช้ชีวิตแบบลูกผู้ชายมาจนคุ้มละครับ) สติของผมจึงอยู่กับตัวผมตลอดเวลา

 

ในแต่ละก้าวผมก็สังเกตุทุกๆ คนที่ได้จับมือ ทุกคนมีความสุข บางคนประหม่า บางคนลนลาน บางคนไม่สบสายตา แต่น้องปัญคือคนที่คุมให้ทุกคนได้ใช้เวลาอันมีค่าทุกวินาทีให้ได้มีค่ามากที่สุด หลังจากหมดเวลา หลายคนเดินและหันหลังจากไปในขณะที่น้องปัญจะมองส่งจนคนคนนั้นออกจากแถวไปทุกคน

 

ถึงคิวผมละครับ คิดแค่ว่าปล่อยมันไปตามธรรมชาติ เหมือนเรามาหาและให้กำลังใจน้องสาวคนหนึ่ง แต่ก่อนหน้านั้น เจ้าหน้าที่จะตรวจจำนวนบัตร ให้เราเอามือถือมาวางที่ตะกร้า ในกรณีของผม ต้องถอดของออกด้วย เช่น โซ่ข้อมือ 2 ข้าง แหวนเหล็ก แต่แหวนแต่งงานไม่ต้อง แล้วล้างมือด้วยแอลกอฮอล์เหลวที่ทางทีมงานเตรียมไว้ให้

 

วินาทีที่ผมเดินเข้าไปหาน้องปัญ ผมส่งยิ้มให้ น้องปัญส่งยิ้มตอบกลับมา พร้อมกับยกมือไหว้ ผ่ามมม (ซึ่งก่อนหน้าผมทุกคนน้องเขาจะแค่โบกมือทักทายตามสไตล์ปัญสิกรณ์) ผมหัวเราะพร้อมยกมือไหว้รับ ปัญส่งมือมาให้ผมจับ ตอนแรกผมตั้งใจว่าจะให้น้องเขาวางมือบนฝ่ามือผมอย่างเดียวจะไม่จับ แต่พอถึงหน้างานมันเป็นไปโดยอัตโนมือ ผมจับทันที แล้วนี่คือ บทสนทนา เท่าที่จำได้ครับ

ผม: ดีใจที่ได้มางานนี้ และก็ดีใจที่ได้มาเจอปัญนะ
ปัญ: หนูก็ดีใจเช่นกัน
ผม: และก็ขอบคุณนะสำหรับรอยยิ้ม 
    และคอยสร้างความสุขให้พวกเราทุกๆ คน
ปัญ: ขอบคุณค่าา
ผม: ยังไงก็รักษาสุขภาพด้วย พักผ่อนให้เพียงพอ 
    ร่างกายจะได้แข็งแรง มีแรงที่จะสร้างผลงานไปเรื่อยๆ นะ
ปัญ: ขอบคุณค่า
ผม: แล้วจะติดตามผลงานไปเรื่อยๆ นะ สู้สู้
ปัญ: สู้สู้เช่นกันนะค้าา สู้สู้ไปด้วนกันค่าา

เจ้าหน้าที่: หมดเวลาครับ

 

ผมเดินถอยหลังออกมาพร้อมกับส่งสายตารอยยิ้มและโบกมือลา ในขณะที่น้องปัญมอง ยิ้ม และโบกมือลาจนผมไปถึงจุดรับของคืน น้องปัญจึงหันกลับไปหาคนจับมือรายต่อไป

 

ทุกๆ คำพูด ทุกๆ ข้อความ ที่ผมพูด ผมพูดพร้อม สบตาน้องปัญตลอดเวลา เพื่อที่จะเก็บความทรงจำครั้งนี้ไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะไม่รู้ว่าผมจะมีโอกาสแบบนี้อีกไหม

 

มือที่ผมได้สัมผัส ผมไม่รู้สึกจริงๆ แต่ที่รู้สึกได้คือ สายตาของน้องปัญที่ส่งมา มันมีพลังหรืออะไรบางอย่างที่ทำให้เรามีความสุข พร้อมที่จะก้าวเดินต่อไปด้วยความสุข พร้อมจะเผชิญอุปสรรค ปัญหาต่างๆ ได้ ด้วยความสุขที่เรามีที่เราได้รับจากน้อง

 

ผมรู้สึกดีใจมากที่คิดถูกในการมางานจับมือครั้งนี้ ได้เรียนรู้วัฒนธรรมของชาวโอตะอีกขั้นหนึ่ง ได้ก้าวข้ามความคิดที่ไม่กล้ามางานจับมือ เพราะคิดว่า ชายครึ่งชีวิตคนหนึ่งจะมาเดินโดดๆ เพื่อมางานจับมือได้เหรอ แต่ในขณะที่หลายคนยังมาได้ เพื่อนเรายังมาได้ ทำไมเราจะมาไม่ได้ รวบรวมความกล้าขอภรรยา เพื่อที่จะมางานจับมือครั้งนี้ แล้วเราก็ข้ามผ่านมันไปได้

 

ก้าวไป ก้าวไป ข้ามไป ข้ามให้ได้
"RIVER"

ยังไง งานจับมือครั้งหน้า โอตะมือใหม่ที่จะไปจับมือ และโอตะมือเก่าทั้งหลาย จงคิดเสมอว่า งานจับมือ น้องๆ เขาเหนื่อย เมื่อย เพื่อพวกเรา สิ่งที่เราส่งให้น้องๆ เขาได้คือกำลังใจและคำอวยพร แต่สิ่งที่สำคัญ โปรดให้ความสำคัญแก่น้องๆ ทั้งตอนเริ่มจับมือและหลังจากจับมือนะครับ อย่าทิ้งให้น้องๆ เขาเดียวดาย พยายามให้กำลังใจจนวินาทีสุดท้ายที่เราเดินออกมา มองเขา โบกมือลาให้เขานะครับ

 

ส่วนเรื่องราวครั้งหน้าไม่รู้จะมาอีกเมื่อไหร่ เพราะผมคงยากที่จะไปตามงาน event ต่างๆ เอาเป็นว่าถ้ามีเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับน้องๆ BNK48 และน้องปัญอีก จะมาเล่าสู่กันฟังนะครับ จากลาแต่ไม่ลาจากครับ


ชายครึ่งชีวิต

Leave a Reply